198 West 21th Street, NY
ไลฟ์สไตล์

ซื้อโทรศัพท์ต้องดูอะไรบ้าง ในยุค 5G ปี 2023 

ต้องยอมรับว่าโทรศัพท์มือถือคืออุปกรณ์ที่ขาดแทบไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ และแต่ละแบรนด์ต่างก็ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ออกมาแข่งขันในตลาดกันทุกปี จนผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็มึนไม่ใช่น้อยเวลาจะซื้อมือถือแต่ละครั้ง ไม่รู้จะเลือกซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อไหนดี เพราะทุกค่ายมือถือขนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ฟังก์ชั่นเจ๋ง ๆ ดีไซน์ล้ำ เพิ่มความสะดวกสบายและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น แต่เหตุผลในการเลือกซื้อโทรศัพท์ของผู้ใช้งานแตกต่างกันไปเป็นรายบุคคล บางคนอาจใช้ในเรื่องของปัจจัยในการเลือกซื้อโทรศัพท์ งบประมาณ ดีไซน์ หรือความคุ้นชินกับระบบปฏิบัติการที่เคยใช้ ซึ่งบางคนอาจชอบระบบ Android ในขณะที่บางคนก็นิยมระบบ iOS แต่เมื่อเทคโนโลยียิ่งก้าวล้ำมากเท่าไร ฟังก์ชันที่คล้ายกันไปหมด ความชอบส่วนตัวอาจไม่เพียงพอต่อการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องในปัจจุบันเสียแล้ว วันนี้เราจะนำทุกคนมารู้ถึงหลักเกณฑ์การเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือว่าต้องดูอะไรบ้างให้ตอบโจทย์การใช้งานของเรามากที่สุด

วิธีการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน

ระบบชิปเซต ความเร็วแรง ระบบไหลลื่น 

หากต้องการความแรงในการใช้งานมือถือ ต้องไม่พลาดที่จะเช็ก CPU หรือ ชิปเซต ก่อนเลย เพราะชิปเซตคือตัวประมวลผลต่อความต้องการใช้งาน ทำความเข้าใจง่าย ๆ คือ ชิปเซตจะรับคำสั่งแล้วนำไปประมวลผล เพื่อทำตามคำสั่งที่ต้องการนั่นเอง เช่น การเปิดกล้อง การใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ชิปเซตดี เครื่องแรง ใช้งานได้เร็ว 

ตัวชิปเซ็ตฝั่ง Android ที่น่าจะเร็วที่สุดในขณะนี้ คือ Snapdragon 888 จากค่าย Qualcomm หรือเทียบเท่า Apple A13 ของทางฝั่ง iOS กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีชิปเซ็ตจากค่ายอื่นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ทั้ง Exynos , Media Tek และ Kirin โดยแต่ละค่ายผลิตชิปเซตออกมาหลายรุ่น เพื่อให้รองรับกับการใช้งาน ตั้งแต่สมาร์ทโฟนราคาประหยัดไปจนถึงระดับเรือธง 

RAM / ROM ยิ่งเยอะ ยิ่งเร็ว ไม่มีกระตุก 

1. RAM (Random Access Memory) 

RAM เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับ Smartphone เพราะ RAM คือ หน่วยความจำสำหรับข้อมูลของโปรแกรมที่เราใช้งานค้างไว้ขณะนั้น เครื่องจะทำการจดจำและพักข้อมูลไว้ ทำให้เราสามารถเข้าใช้งานต่อได้ทันที โดยการจะดูค่า RAM ให้คำนึงถึงการใช้งานโทรศัพท์เป็นหลัก หากแค่ใช้มือถือเล่นโซเชียลทั่วไป อาจเลือกค่า RAM อยู่ที่ประมาณ 1GB แต่ถ้าใช้งานหนัก ๆ หน่อย อาจเก็บข้อมูลเอกสารต่าง ๆ หรือใช้เล่นเกม อาจเลือกมือถือที่มีค่า RAM 3GB ขึ้นไป 

2. ROM (Read Only Memory) 

ROM คือ หน่วยความจำถาวรในสมาร์ทโฟน ซึ่งจะเป็นส่วนที่เก็บข้อมูลของโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นทั้งหมด ตั้งแต่ หมวดภาพ วิดีโอ เพลง แอปพลิเคชัน และ ไฟล์ต่าง ๆ โดยจะมีขนาดความจุให้เลือกตั้งแต่ 8GB 64 GB 128GB ไปจนถึง 512GB แต่ขนาดความจุที่นิยมในการใช้งาน คือ 128GB เพื่อรองรับการใช้งานได้ในระยะยาว หรือจะเลือก 512GB สำหรับใครที่ต้องใช้รองรับการทำงานหนักจริง ๆ 

แบตเตอรี่ ความจุเยอะ ใช้มือถือได้นาน

ความจุของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะแบตเตอรี่ความจุยิ่งเยอะเท่าไร ยิ่งใช้งานได้นานมากขึ้น เพราะเราแทบจะใช้โทรศัพท์กันตลอดเวลา แบตเตอรี่จึงต้องอึด ต้องเยอะ เพื่อให้ใช้มือถือได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด ดังนั้น เมื่อจะซื้อสมาร์ทโฟนควรเลือกที่ความจุแบตเตอรี่อย่างน้อยที่ 3500mAH หรือมากกว่า แล้วแต่การใช้งาน เช่น 4500mAh  5000mAh จะได้ใช้งานกันได้ยาว ๆ ยิ่งมีรอบชาร์จเร็วด้วยยิ่งเวิร์ค 

ขนาดหน้าจอ เพิ่มอรรถรสต่อการรับชม 

ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ นิยมผลิตหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เอาไว้ก่อน ตั้งแต่ขนาดหน้าจอมือถือ 5.5 นิ้ว , 6 นิ้ว จนถึงโทรศัพท์หน้าจอใหญ่ 7 นิ้ว เพื่อเอาใจสายโซเชียล เล่นเกม ดูซีรี่ส์ เพราะหน้าจอขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มอรรถรสการใช้งานได้ดีกว่า แต่ใช่ว่าหน้าจอขนาดใหญ่จะดีเสมอไป เพราะอาจทำให้เกิดการเกร็งบริเวณข้อมือ จนเอ็นข้อมืออักเสบได้เช่นกัน ดังนั้น การเลือกสมาร์ทโฟนที่ดี ให้ลองจับตัวเครื่องดูสักระยะหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ หากเป็นมือถือที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ เลือกขนาดที่จับถนัดมือ และใช้งานแล้วไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บตามมาจะดีกว่า